ประเทศอินโดนีย


ธงชาติประเทศอินโดนีเซีย


ธงชาติประเทศอินโดนีเซีย


ตราแผ่นดินประเทศอินโดนีเซีย


ตราแผ่นดินประเทศมาเลเซีย


เมืองหลวงอินโดนีเซีย


เมืองหลวงประเทศอินโดนีเซีย


ชุดประจำชาติประเทศอินโดนีเซีย


 ชุดประจำชาติประเทศอินโดนีเซีย


ดอกไม้ประจำชาติประเทศอินโดนีเซีย


  ดอกไม้ประจำชาติประเทศอินโดนีเซีย />

ดอกไม้ประจำชาติอินโดนีเซีย คือ ดอกกล้วยไม้ราตรี (Moon Orchid) ซึ่งเป็นหนึ่งในดอกกล้วยไม้ที่บานอยู่ได้นานที่สุด โดยช่อดอกนั้นสามารถแตกกิ่งและอยู่ได้นาน 2-6 เดือน โดยดอกจะบานแค่ปีละ 2-3 ครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ดอกกล้วยไม้ราตรีสามารถเจริญเติบโตได้ดีในอากาศชื้น จึงพบเห็นได้ง่ายในพื้นที่ราบต่ำของประเทศอินโดนีเซีย


แหล่งท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย


แหล่งท่องเที่ยวประเทศอินโดนีเซีย />

เกาะบาหลี (Bali) เกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้ตอนกลางของหมู่เกาะอินโดนีเซีย บาหลีมีพื้นที่ 5,650 ตร.กม. บาหลีมีประชากรมากกว่า 3 ล้านคน วัฒนธรรมบาหลีของชาวบาหลีเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเที่ยวบาหลี เพราะที่บาหลีนี้เป็นที่เที่ยวซึ่ง ประเพณี ศาสนา วัฒนธรรม เจริญเหนือวัตถุอื่นๆ และผู้คนบนเกาะบาหลี ยังเชื่อกราบไหว้เทพเจ้า และภูติผีจนปัจจุบัน บาหลีจึงได้ถูก ขนานนามว่า บาหลีเป็นดินแดนแห่งเทพเจ้าเที่ยวบาหลี การเยี่ยมชมวัดต้องแต่งชุดสุภาพ (กางเกงขายาว) ไม่เช่นนั้นก็ต้องยืมโสร่งใส่ เพื่อเข้าวัดนั้นๆได้ สปาที่บาหลีเป็นที่ขึ้นชื่อมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เพราะบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และการนวดด้วยนวดน้ำมัน หรือสมุนไพรกลิ่นหอมต่างๆบาหลีเป็นเกาะเกาะหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความสวยงามด้วยธรรมชาติที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวกับวัฒนธรรมที่ไม่ เหมือนใคร ซึ่งได้สืบทอดต่อกันมาเป็นเวลานับพันปี มีแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเป็นจำนวนมาก เช่น วัดและวัง ซึ่งมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรม รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายหาดที่สวยงามและขาวสะอาด รวมทั้งผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ และการดำเนินชีวิตของคนบาหลีด้วยวิธีการกสิกรรมแบบดั้งเดิม บาหลีกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทั่วโลกรู้จักเกาะบาหลีที่ห่างไกลแห่งนี้ให้ความรู้สึกถึง ความเป็นเอเชียอย่างมาก บาหลี เป็นเกาะที่สวยงามที่สุดในเอเชียแปซิฟิก การเดินทางก็สะดวกด้วย สายการบินตรงทุกวันจากเมืองต่างๆ ทั่วโลก แล้วเดินทางต่อด้วยรถโค้ชแสนสบายบาหลีเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มี อากาศตลอดปีอยู่เพียง 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนเมษายน-ตุลาคม และ ฤดูฝนบาหลีวันนี้ มีสัญญาณที่ดีสำหรับลูกค้า ที่จะกลับไปท่องเที่ยวที่นี่อีก สัญญาณแรกที่เห็นได้ชัดก็คือ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น เริ่มเดินทางกลับมาเที่ยวบาหลีอีกครั้ง รองลงมาก็คือนักท่องเที่ยวชาวไทย ส่วนใหญ่ที่เดินทางมาเที่ยวบาหลีจะเป็นกลุ่มครอบครัวสำหรับอาหารบาหลี รสชาติอาจจะไม่จัดจ้านเท่าอาหารไทย แต่เครื่องปรุงคล้ายๆ กับอาหารไทยทั้งนั้นที่สำคัญที่สุด ทุกแห่งจะคงไว้ซึ่งความ งดงามของธรรมชาติ เพื่อให้ได้สัมผัสความงามของบาหลี “สวรรค์บนดิน”ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมงดงามเอื้อ ต่อบรรยากาศการพักผ่อนและงานธุรกิจของคุณพร้อมกันไปด้วย ที่บาหลี


สกุลเงินประเทศอินโดนีเซีย


สกุลเงินประเทศอินโดนีเซีย

สกุลเงินของประเทศอินโดนีเซียเป็นสกุลเงิน รูเปียห์ (Rupiah) อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับประมาณ 8,900 - 9,030 รูเปียห์ สกุลเงินรูเปียห์ (Rupiah) 1,000 รูเปียร์ (IDR) แลกเป็นเงินไทย อยู่ที่ 3.6819 บาท (25.9.53)


ข้อมูลทั่วไป


ชื่อทางการ : สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (Republic of Indonesia)

เมืองหลวง : จาการ์ตา (Jakarta)

ที่ตั้ง : อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งอยู่บนเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรอินเดีย และเป็นสะพานเชื่อมระหว่างทวีปเอเชียกับออสเตรเลีย ทำให้อินโดนีเซียสามารถควบคุมเส้นทางการติดต่อระหว่างมหาสมุทรทั้งสอง ผ่านช่องแคบที่สำคัญต่างๆ เช่น ช่องแคบมะละกา ช่องแคบซุนดา และช่องแคบล็อมบอก ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางมายังประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออก

ประชากร : ประมาณ 220 ล้านคน ประกอบด้วย ชนพื้นเมืองหลากหลายกลุ่ม ซึ่งพูดภาษาต่างกันกว่า 583 ภาษา ร้อยละ 61 อาศัยอยู่บนเกาะชวา

ภาษา : ภาษาราชการและภาษาประจำชาติ ได้แก่ ภาษาอินโดนีเซีย หรือ Bahasa Indonesia

ศาสนา : ชาวอินโดนีเซียร้อยละ 87 นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 6 นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ ร้อยละ 3.5 นับถือศาสนาคริสต์นิกายแคทอลิก ร้อยละ 1.8 นับถือศาสนาฮินดู และร้อยละ 1.3 นับถือ ศาสนาพุทธ 4

การปกครอง : ประชาธิปไตย ที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข และหัวหน้าฝ่ายบริหาร

สภาพภูมิอากาศ : มีอากาศร้อนชื้นแบบศูนย์สูตร ประกอบด้วย 2 ฤดู คือ ฤดูแล้ง (พฤษภาคม-ตุลาคม) และ ฤดูฝน (พฤศจิกายน-เมษายน)

เศรษฐกิจ : เศรษฐกิจของอินโดนีเซียเป็นเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ อุตสาหกรรมน้ำมันเป็นแหล่งสำคัญที่สุดในการทำรายได้ให้อินโดนีเซีย นับแต่ยุคหลังได้รับเอกราชตลอดมา ซึ่งรัฐบาลอินโดนีเซียได้นำรายได้มาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการขนส่งและการคมนาคมสร้างฐานอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูง มุ่งหวังสร้างความแข็งแกร่งให้กับการอุตสาหกรรมของประเทศ ดังนั้น เมื่อเกิดวิกฤตน้ำมันในตลาดโลกในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2523 – 2527 ซึ่งราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของอินโดนีเซีย รัฐบาลจึงหันมาส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อการผลิตเพื่อลดการพึ่งพา รายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอ แร่โลหะที่มีค่า สินค้าอุตสาหกรรม ต่าง ๆ รวมทั้งพัฒนาภาคเกษตรกรรมเพื่อเพิ่มผลผลิต ทำให้อินโดนีเซียมีข้าวเพียงพอสำหรับเลี้ยงตนเองได้โดยไม่ต้องนำเข้าอีกต่อไป ยกเว้นบางปีที่ผลผลิตข้าวไม่ดี ขณะเดียวกันรายได้จากการ ส่งออกสินค้าอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำมันและก๊าซธรรมชาติก็เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะสินค้า อุตสาหกรรมได้กลายเป็นสินค้าออกที่สำคัญในปัจจุบัน โดยคิดเป็นร้อยละ 75 ของสินค้าออก ทั้งหมด

------------------------------------------------------------------------