ประเทศเวียดนาม
ธงชาติประเทศเวียดนาม ธงชาติประเทศเวียดนาม ตราประจำแผ่นดินประเทศเวียดนาม เมืองหลวงประเทศเวียดนาม เมืองหลวงประเทศเวียดนาม ชุดประจำชาติประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเวียดนาม สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเวียดนาม ถ้ำเด่าโก๋ (Thien Cung) หรือที่เรียกกันว่า "ถ้ำสวรรค์" ซึ่งเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยตระการตา โดยในถ้ำแห่งนี้มีห้องโถงใหญ่รอรับคนเดินทางอยู่ด้วยกัน 3 ห้อง จากถ้ำอันสวยงามนี้ก็เดินทางต่อจะเป็นโปรแกรมพายเรือและเล่นน้ำ เพื่อจะได้สัมผัสอ่าวฮาลองอย่างใกล้ชิด หรือหากไม่ชอบเล่นน้ำจะทิ้งเวลาไปกับทิวทัศน์อันสวยงามหรือเก็บภาพความทรงจำ ก็ได้ ดอกไม้ประจำประเทศเวียดนาม ดอกไม้ประจำประเทศเวียดนาม ประเทศเวียดนาม มีดอกไม้ที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง ดอกบัว (Lotus) เป็นดอกไม้ประจำชาติ โดยดอกบัวเป็นที่รู้จักกันในนาม “ดอกไม้แห่งรุ่งอรุณ” เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ความผูกพัน และการมองโลกในแง่ดี ดอกบัวจึงมักถูกกล่าวถึงในบทกลอนและเพลงพื้นเมืองของชาวเวียดนามอยู่บ่อยครั้ง อาหารประจำประเทศเวียดนาม อาหารประจำประเทศเวียดนาม   แหนม หรือ ปอเปี๊ยะเวียดนาม เป็นอาหารยอดนิยมของเวียดนาม หนึ่งในอาหารพื้นเมืองที่โด่งดังที่สุุด ของประเทศแผ่นแป้งทำจากข้าวจ้าว นำมาห่อไส้ ซึ่งอาจเป็นไก่ หมู กุ้ง หรือหมูยอ รวมกับผักที่มีสรรพคุณ เป็นยานานาชนิด เช่น สะระแหน่ ผักกาดหอม ทานคู่กับน้ำจิ้มหวาน สกุลเงินประเทศเวียดนาม สกุลเงินประเทศเวียดนาม    ด่ง เวียดนาม คือหน่วยเงินของเวียดนามที่ใช้ในประเทศเวียดนาม อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 400-500 ด่งต่อบาท หรือ ประมาณ 16,000 ด่งต่อดอลลาร์สหรัฐ ข้อมูลทั่วไป ชื่อทางการ : สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมืองหลวง: กรุงฮานอย ที่ตั้ง: ทิศเหนือ ติดกับสาธารณรัฐประชาชนจีน ทิศใต้ ติดกับอ่าวไทยและทะเลจีนใต้ ทิศตะวันออก ติดกับทะเลจีนใต้ ทิศตะวันตก ติดกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและ ติดกับราชอาณาจักร กัมพูชา ปะชากร: 86,116,559 คน ภาษา: ภาษาเวียดนาม ศาสนา: ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ 55% คริสต์ 7% และศาสนาอื่น ๆ อีก 38% การปกครอง: สาธารณรัฐเวียดนามแบ่งออกเป็น 53 เขตการปกครอง มีเมืองใหญ่ 3 เมือง คือ ฮานอย กรุงโฮจิมินห์ และไฮฟอง และ 50 มณฑล ภาษา ภาษาเวียดนามขึ้นชื่อว่าเป็นภาษาที่ยาก ป็นภาษาที่ อยู่ในกลุ่มภาษาออสโตรเอเชียติกและ ได้รับอิทธิพลมาจากภาษาจีนและธิเบต ชาว เวียดนาม ประดิษฐ์อักษร ของตัวเองขึ้นมาโดยอาศัย แบบอย่างมาจากจีนแต่ได้ปรับเปลี่ยน ให้เข้ากับ ภาษาที่ตัวเองต้องการเรียกว่า“โนมจน”ต่อมา บาทหลวงชาวฝรั่งเศสได้แปลภาษา ให้เป็นแบบโรมัน เรียกว่า “กว๊อก หงือ” ปัจจุบันวัยรุ่นหนุ่มสาวเวียดนามหันมาพูด ภาษาอังกฤษกันมากขึ้นส่วนภาษา ฝรั่งเศสเป็นภาษาที่มักจะใช้ในหมู่ผู้สูงอายุเท่านั้น ภูมิอากาศ: ลักษณะภูมิประเทศที่มีความยาว 1650 กิโลเมตร จากเหนือจรดใต้และภูมิอากาศมรสุมเขต ร้อน ทำให้อุณหภูมิและอัตราฝนตกแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ อุณหภูมิและอัตราฝนตกแตกต่างกัน ไปตามแต่ละพื้นที่ อุณหภูมิในภาคเหนืออาจลงต่ำถึง 10 องศา และมีลมหนาวจัด ภาคมต้ร้อนตลอดทั้งปี และมีสภาวะ อากาศแบบมรสุมภาคเหนือมี 2 ฤดู คือฤดูหนาวและฤดูร้อน ฤดูเริ่มร้อนตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน อากาศร้อนชื้นีฝนตกมาก ฤดูหนาวปกติจะแห้งและหนาวจัด ในเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมมีฝนตากประ ปราย ภาคกลางจากดานัง ถึงยาตรังมีลักษณะอากาศที่แตกต่างออกไปเนื่องจากมีมรสุม ฤดูแล้งเริ่มตั้ง แต่เดือน มกราคม ถึงเดือนกันยายน มีฝน ตกตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงกลางเดือนมกราคม ภาคใต้มี 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูแล้ง ฝนจะเริ่มตกเดือนพฤษภาคมและสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน ระหว่างนี้ จะมีฝนตกหนักราววันละ 20 หรือ30 นาทีนตอนบ่ายหรือตอนเย็น ลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงปลาย เดือนเมษายนอากาศ ร้อนจัด อุณหภูมิ 30 องศากว่าต้นๆ มีอัตราความชื้นสูง ฤดูแล้งเริ่มตั้งแต่เดือน ธันวาคมถึงเดือนเมษายน เศรษฐกิจ: เศรษฐกิจ เวียดนาม ในปี 2550 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สถานะทางด้านการคลังมีเสถียรภาพ มีเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในตลาดทุน (portfolio inflows) 6-7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และในโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) โดยโครงการที่ผ่านความเห็นชอบปี 2550 มีมูลค่าสูงถึง 20.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ดำเนินโครงการแล้ว 4.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มจากปี 2549 ร้อยละ 69.1 รวมทั้งเงินส่งกลับประเทศจากชาวเวียดนามโพ้นทะเลตามช่องทางที่เป็นทางการก ว่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มากกว่าร้อยละ 5 ของ GDP ของ เวียดนาม และมากเป็นลำดับ 4 สำหรับประเทศเอเชียรองจากอินเดีย จีน และฟิลิปปินส์) เงินความช่วยเหลือด้านการพัฒนาอย่างเป็นทางการ (ODA) จากประเทศต่างๆ และรายได้จากการที่มีชาวต่างชาติไปท่องเที่ยวและดำเนินธุรกิจใน เวียดนาม มากขึ้น (เพิ่มจากปี 2549 ร้อยละ 17) การไหลเข้าของเงินทุนจากต่าง ประเทศจำนวนมากอย่างต่อเนื่องส่งผลให้สำรองเงินตราต่างประเทศของ เวียดนาม เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเกือบ 2 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา (จาก 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือน ธ.ค. 2549 เป็นกว่า 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อสิ้นปี 2550) ทำให้รัฐบาล เวียดนาม มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการดำเนินนโยบายด้านการเงิน รวมถึงการดูแลระดับอัตราแลกเปลี่ยน ถึงแม้ เวียดนาม มีหนี้ต่างประเทศค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ GDP แต่ส่วนใหญ่เป็นหนี้ระยะยาวในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ของรัฐบาล ในด้านการค้า การส่งออกของ เวียดนาม มีมูลค่ารวม 48.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวจากปี 2549 ร้อยละ 21.5 แต่การนำเข้ามีมูลค่ารวม 60.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.5 ทำให้เวียดนาม ขาดดุลการค้าสูงถึง 12.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของ เวียดนาม โดยมูลค่าการขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นจากปี 2549 ถึง 2.4 เท่าตัว ปัญหาทาง เศรษฐกิจสำคัญที่มีผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนคือ ค่าครองชีพใน เวียดนาม ได้เพิ่มขึ้นสูงมาก โดยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.63 จากปลายปี 2549 ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราเงินเฟ้อ ได้แก่ ราคาน้ำมัน เหล็กท่อน และอุปสงค์ด้านการบริโภคสินค้าและการบริการต่างๆ ที่เพิ่มสูงมาก การขึ้นเงินเดือนขั้นต่ำทั่วไป (จาก 28 ดอลลาร์สหรัฐ เป็น 34 ดอลลาร์สหรัฐในต้นปี 2551) การขยายตัวของสินเชื่อในระบบเศรษฐกิจเพิ่มจากร้อยละ 26 ในปี 2549 เป็นกว่าร้อยละ 40 ในเดือน ธ.ค. 2550 รวมทั้งผลจากการที่รัฐบาลพยายามควบคุมระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินด่องไม่ให้ แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

------------------------------------------------------------------------